“เป็ด เชิญยิ้ม” เปิดใจแบบหมดเปลือก ปมถูกมองเป็นมาเฟียตลก?

ชีวิตตลก…ที่ไม่ได้ได้ตลก สำหรับ อาเป็ด เชิญยิ้ม ตลกอาวุโสชื่อดังวัย 68 ปี ที่เพิ่งจะผ่านความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อคุณพ่อและคุณแม่ผู้เป็นที่รัก ได้จากไปในระยะเวลาไล่เลี่ยกันด้วยโรคโควิด-19

โดยล่าสุดเจ้าตัวได้มีโอกาสย้อนเล่าเหตุการณ์ในตอนนั้นผ่านทางรายการ โต๊ะหนูแหม่ม กับพิธีกร หนูแหม่ม สุริวิภา พร้อมเคลียร์อีกหนึ่งประเด็นดราม่าหลังถูกมองว่าเป็น มาเฟียตลก!!

เคยดูถูกตลกคาเฟ่ ไม่คิดจะมีวันนี้ ?
“กว่าจะมีวันนี้ได้ เมื่อก่อนดูถูกอาชีพตลกคาเฟ่มาก มองว่าเป็นอาชีพไม่มีการศึกษา ซึ่งเราก็ดีใจที่สามารถเป็นคนเปลี่ยนภาพของตลกได้อย่างชัดเจนมากที่สุด เรียนจบปริญญาตรีที่รามคำแหง เรียนจบปริญญาโทที่ศรีปทุม เรียนจบปริญญาเอกที่เกษตรศาสตร์ เป็นคนเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอาชีพตลกที่ก่อนหน้านั้นหลายคนเรียกตลกว่าไอ้ ซึ่งตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว และเป็นคนที่สร้างลูกหลานให้เข้ามาทำอาชีพตลกจนหลายคนเรียกเราว่า มาเฟีย”

มาเฟียตลก มาจากไหน ?
“จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ คือการที่เราจะสร้างตลกให้เป็นภาพจำให้กับคนดูได้ เราต้องจริงจังไปกับมัน และเราต้องประทับใจกับแบรนด์ที่เราสร้างขึ้น อย่าง เชิญยิ้ม ที่เราทำ ซึ่งพอเราดังแล้วเราก็สามารถจะต่อรองกับใครได้ทั้งหมด ยกตัวอย่าง เราสามารถต่อรองแทนลูกน้องได้ ต่อรองแทนเด็กๆ ได้ ถ้าเด็กๆ มีปัญหาอะไรเราก็สามารถเข้าไปต่อรองแทนในร้านอาหารได้ คนก็เลยคิดว่าเราเป็นมาเฟีย ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ใช่คนดุ แต่เราเป็นคนจริงจังกับการทำงาน”

อาเป็ด เชิญยิ้ม

เป็นตลกสร้างเสียงหัวเราะก็จริง แต่ก็มีความเศร้าอยู่ ?
“สูญเสียพ่อแม่ คุณพ่ออายุ 95 คุณแม่อายุ 90 ซึ่งทั้งคู่ก็อยู่แต่ในบ้าน ซึ่งเกิดจากโควิด คุณแม่มาเสียก่อน และคุณพ่อก็เสียตาม เหมือนคู่นี้เขาจะรู้กัน พอเริ่มรู้ว่าใครเป็นอะไรอีกคนก็จะเริ่มทรุด ตอนนั้นคุณแม่ไปแล้วแต่เราก็ยังบอกคุณพ่อว่าคุณแม่หายแล้วนะ ก็บอกเขาว่าต้องต่อสู้นะเดี๋ยวออกมาเจอแม่ข้างนอกนะ พ่อก็บอกว่าไม่ได้ และเหมือนเขารู้ สัมผัสด้วยด้วยเซ้นท์เหมือนจิตเขาสื่อถึงแม่ได้ หลังจากนั้นพ่อเลยมีอาการเฉาลงและจากไป ซึ่งห่างกันกับแม่แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น”

การสูญเสียครั้งนี้ สอนอะไรให้กับเรา ?
“มนุษย์ต้องช่วยตัวเอง อย่าไปรอให้ใครช่วย อย่าไปโทษตัวเอง อย่าไปโทษบ้านเมือง ขอโทษตัวเองมากกว่าว่าเราดูแลพ่อแม่ไม่ดี ถ้าไปคิดถึงแต่เรื่องอื่นมันจะทำให้เราโกรธและไม่จบ ที่บอกว่าหมอพร้อมแต่เราไม่พร้อมก็มัวแต่ทะเลาะเรื่องวัคซีนกันนี่แหละ ก็เลยได้ส่งแม่เรียบร้อย พอส่งพ่อแม่เสร็จก็เอารูปไปไว้ที่ฐานพระประธาน ที่วัดดารา ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเอาพ่อกับแม่ไปอยู่ และเราจะไม่เก็บกระดูกไว้เป็นภาระของลูกหลานก็ตัดสินใจเอาไปลอยอังคารหมดเลยเหลือเพียงแค่รูปพ่อกับแม่ และเอารูปท่านไปเก็บไว้ใต้ฐานพระซึ่งก็ได้ทำเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ถือว่าสบายใจ”

Related posts