“วิลลี่ แมคอินทอช” ตอบละเอียด ทำไมไม่ค่อยโพสต์ภาพถ่าย “น้องวิน” เพราะมีเหตุผล?

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวคนบันเทิงที่ไม่ค่อยจะอัปเดตภาพของลูกชาย น้องวิน ให้ได้เห็นสักเท่าไหร่บนโลกโซเชียลฯ สำหรับครอบครัวของนักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ วิลลี่ แมคอินทอช 

โดยล่าสุดขณะเดินทางมาร่วมงานบวงสรวงละคร ฟ้า/ทาน/ตะวัน ของอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 เจ้าตัวก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็น ความเป็นส่วนตัวของลูกชาย และการเผยแพร่ภาพถ่ายผ่านโลกโซเชียลฯ รวมถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการวางแพลนให้ น้องวิน ไปเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่ง วิลลี่ แมคอินทอช เผยว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของภรรยา อย่างสาว เยลหลี ด้วย 

“จริงๆ พี่ก็ไม่ได้เปิดมานานแล้วนะ ไม่ค่อยได้ลงเท่าไหร่ เพราะว่าสิทธิเด็กก็เป็นส่วนสำคัญ และเราเองก็ไม่รู้ด้วยว่าเมื่อเขาโตขึ้นเขาจะรู้สึกยังไงกับสิ่งที่พ่อแม่เป็นคนทำให้ ฉะนั้นสิ่งต่างๆ ที่มันถูกโพสต์ขึ้นไปมันก็จะถูกค้างเอาไว้กี่ปีเราก็ไม่รู้ แต่เราไม่มีทางเอาออกจากประวัติศาสตร์ได้ ฉะนั้นเราจึงต้องระวังสิ่งที่เราทำครับ เพราะเราก็ไม่รู้เลยว่าใครจะเอารูปลูกเราไปทำอะไรบ้าง ยังไงก็ฝากไว้กับทุกคนละกันนะครับ ให้ระมัดระวังด้วย ในฐานะพ่อแม่เราต้องรัดกุมมากขึ้น”

 

พี่วิลลี่คุยเรื่องกับภรรยาตั้งแต่เริ่มมีน้องเลยไหม ?
“พูดไว้เหมือนกันครับ คือบอกไว้เลยว่าบนโลกใบนี้ก็มีพวกที่ชอบล่วงเกินเด็กเยอะ และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาเอารูปพวกนี้ไปทำอะไรบ้าง เดี๋ยวนี้แอปฯ ตัดต่อก็ดีขึ้นมากจนเราดูแทบไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร และสิ่งที่เราพยายามจะทำคือ ถ้าลูกเราพร้อมที่จะเป็นดารา เราก็ต้องยอมรับในเรื่องนี้ แต่ถ้าเขาไม่ได้อยากจะเป็น หรืออาชีพที่เขาเลือกไม่ได้ตรงกับที่พ่อแม่ปั้นไว้ให้ มันอาจจะกลายเป็นข้อลำบากของเราในอนาคต ดังนั้นผมจึงมองว่าไม่จำเป็นต้องรีบลงหรือว่าเปิดสาธารณะอะไรมากมาย”

แสดงว่าถ้าน้องโตขึ้นก็อาจจะมีการพูดคุยกันเรื่องภาพต่างๆ บนโซเชียลฯ ว่าอยากให้ลงหรือไม่ให้ลง ?
“ผมคิดว่าถ้าให้เขาเป็นหนุ่มกว่านี้อีกสักหน่อยเขาก็น่าจะตัดสินใจเองได้ครับว่าจะเอายังไง หรือถ้าเขาอยากเข้าวงการบันเทิงขึ้นมาจริงๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากเลย เดี๋ยวดีดนิ้วให้ แต่ถ้าไม่อยากเข้าก็บอกด้วยละกันจะได้ไม่ดีดนิ้ว (หัวเราะ)”

วิลลี่ แมคอินทอช

นอกจากเรื่องภาพแล้ว เรื่องคอมเมนต์หรือคำวิจารณ์ต่างๆ ที่เป็นด้านลบ เรากังวลด้วยไหม ?
“เอ่อ…ปัญหามันคือว่า ถ้าเราไปเปิดประตูนั้นให้เขา เขาก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาและพูดอะไรก็ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ในต่างประเทศก็มี”

ตอนนี้น้องเริ่มโตแล้ว เวลาจะถ่ายรูปเขาต้องมีการขออนุญาตเขาก่อนไหม ?
“ถ้าอยู่กันเองก็ไม่ได้ขอหรอกครับเพราะเราก็ไม่ได้เอาไปไหน เวลาถ่ายรูปเสร็จเราก็เก็บไม่ได้ถูกกระจายออกไป”

ด้วยความที่เขาเองก็เป็นลูกของคนบันเทิงเลยทำให้แฟนๆ จับตามอง เรื่องนี้เขามีภูมิคุ้มกันยังไงบ้าง ?
“ผมไม่ได้ห้าม เพียงแค่ผมไม่ได้ล้นหลามออกไปเยอะ เพราะที่ผ่านมาผมก็มีเหมือนกันรูปที่หลุดออกไป หรือโพสต์บ้างอะไรบ้าง คือพูดกันตรงๆ ผมจะห้ามเมียไม่ให้โพสต์รูปเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากผมไม่ได้ใหญ่สุดในบ้าน (หัวเราะ) แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่ได้หมายความว่าผมพยายามจะดันนะครับ คือวิลลี่เป็นดาราเอง คนที่เหลือไม่ต้องเป็นดาราก็ได้แล้วแต่เขา นี่คือสิ่งที่เราคุยกัน ให้เขาเลือกเอง”

วิลลี่ แมคอินทอช

ที่ผ่านมาเคยถามน้องไหมว่าอยากเข้าวงการหรือเปล่า ?
“ไม่เคยถามเลย เพราะถ้าเราเฝ้าดูลูกจริงๆ และเห็นว่าเขาชอบอะไรเก่งอะไร มันจะดีกว่าการที่พ่อแม่ไปถามเขาว่า จะเป็นอะไรดี? ทำอะไรดี? หรือโตขึ้นเป็นแบบพ่อไหม? ซึ่งคำตอบที่ได้มันคงไม่ใช่คำตอบที่บริสุทธิ์แล้วแหละ แต่มันจะเป็นการล็อบบี้ อาชีพคนเราไม่ได้มีอยู่แค่นี้ครับ และเราก็ต้องยอมรับด้วยว่าทุกคนมีความเก่งกันคนละอย่าง”

จากที่สังเกตน้องมีแววไปในทิศทางไหน ?
“น่าจะแนวอาร์ตๆ ครับ เขาชอบวาดรูป แต่ผมก็ไม่รู้อีกเหมือนกันนะว่าเขาจะไปทางนั้นนานหรือเปล่า ตอนนี้ก็ปล่อยเขาไปก่อน”

แพลนที่จะพาน้องไปเรียนเมืองนอก ตอนนี้คืบหน้ายังไงบ้าง ?
“เราพูดง่ายๆ เลยนะครับ คือถ้าภรรยาผมบอกว่าเมื่อไหร่ ผมก็พร้อมสนับสนุน ถ้าเขารู้สึกว่าพร้อมนะครับ คือมันต้องขึ้นอยู่กับเขา เพราะผมต้องอยู่ที่นี่ไงครับ ผมต้องทำงานของผมตามปกติ แต่ก็ไม่ได้รีบครับ ถ้าจะไปจริงๆ ก็น่าจะอีกสัก 4-5 ปี ลูกพร้อม แม่พร้อม ก็ค่อยว่ากัน ส่วนพ่อก็เก็บเงิน (ยิ้ม)”

Related posts