“ณเดชน์” เผยแผนขอแต่ง “ญาญ่า” รอแค่เวลาที่ใช่ ดีใจเป็นคู่ที่ทุกคนรอคอย

“ณเดชน์” เผยแผนเตรียมขอแต่ง “ญาญ่า” รอแค่เวลาที่ใช่ ดีใจเป็นคู่ที่หลายๆ ทุกคนรอคอย

พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ หลังอออกมาประกาศกลางรายการ 3 แซ่บ ถึงว่าที่เจ้าสาวคนสวยที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา ซึ่งจากประโยคดังกล่าวนี้เอง ทำให้แฟนๆ กรี๊ดหนักมาก และหลายๆ คนต่างจับตาดูว่าเมื่อไหร่ทั้งสองคนจะมีโมเมนต์ขอแต่งงาน 

ล่าสุด ณเดชน์ ได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมกับพูดคุยถึงละครเรื่อง ลายกินนรี กับบทบาทของ หลวงอินทร์ ที่โดนใจแฟนละครอยู่ตอนนี้

เรื่องราวดีๆ กรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมืองในรายการ 3 แซ่บ ?

“3 แซ่บผมไปทุกรอบ เขาก็ถามจี้เมื่อไหร่ๆ (ยิ้ม) 7-10 ครั้งแล้วมั้งครับ ตั้งแต่ไปรายการ 3 แซ่บ จนวันนั้นไปออกด้วยกัน พี่หนุ่มก็จี้เหลือเกิน ผมก็เลยบอก โอเค ผมยังไม่รู้เมื่อไหร่ ผมก็รู้สึกมั่นใจ น้องนี่แหละ พูดออกไปด้วยความรู้สึกมั่นใจ จริงๆ เราก็ไม่อายที่จะพูดออกไปว่ายังไงก็เป็นเขาอยู่แล้ว  แต่เราก็ไม่ได้ไปเร่งรัดตัวเองหรือบอกเขาไปโดยปริยายว่าเราขอเขานะ ก็ไม่อยากให้เขาคิดเหมือนกันเดี๋ยวเราจะไปกดดันเขาหรือเปล่า เขาก็มองว่าเรากดดันเขา เราก็มองว่าเราจะไปกกดดันเขาหรือเปล่า ผมก็เลยกลับมาคุยกับเขานอกรอบ ไม่ได้อยากจะป่าวประกาศเพื่อให้เป็นกระแสอะไร แต่รู้สึกมั่นใจที่จะพูดแบบนั้นมากกว่า  เธอโอเคมั้ย เขาบอกเขาโอเค ไม่มีปัญหาเลย เขาก็บอกว่าหลังจากนี้เราก็ต้องเหนื่อยตอบคำถามละกันนะ เพราะว่าเราได้พูดอะไรบางอย่างออกไปแล้ว (หัวเราะ) ผมก็บอกไม่เป็นไร เพราะว่าผมแฮปปี้เพราะว่าเราก็พร้อมแล้ว”

ที่กล้าพูดเพราะว่าพิธีกรเป็น พี่หนุ่ม กรรชัย พี่ชมพู่ อารยา และ พี่แอฟ ทักษอร ด้วยหรือเปล่า ?

“ด้วยครับ และรู้สึกว่าเราอยากจะบอกเขาด้วยว่าเราก็กล้าที่จะพูดกับทุกคน มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาเก็บสักเท่าไหร่ แต่ว่าเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากันอีกทีนึง”

กลายเป็นเซอร์ไพรส์กันไปหมด ?

“ผมก็เซอร์ไพรส์ตัวเองเหมือนกันครับ”

พี่หนุ่ม กรรชัย ถึงกับร้องไห้ ?

“พี่หนุ่มบอกแกดีใจ แกเห็นมาแกก็เข้าใจ มาได้ขนาดนี้เขาก็ดีใจ”

แฟนๆ ว่าไงบ้างกับการตอบคำถามของเราในครั้งนี้ ?

“ผมว่าแฟนคลับคู่เขาก็รอได้ยินคำนี้มา ถ้าทำให้เขามีความสุขในอีกวันได้ ผมก็ดีใจในคำตอบของผมที่จะทำให้เขาฟินนาเล่(ยิ้ม) ตามมาตลอด 10 ปี ฉันไม่ผิดหวัง”

ครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายว่าอย่างไรบ้าง ?

“เขาก็แล้วแต่เด็กๆ แม่ผมก็บอกว่าแล้วแต่พร้อมเมื่อไหร่จริงๆ เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ว่าขอให้ดูว่าพร้อมกันทั้งคู่ ขอให้คุยกัน”

ตั้งเป้าความพร้อมของตัวเองไว้ในใจคือจุดไหน ?

“ผมเคยฝันนะว่าอายุ 30 ผมจะแต่งงาน มันจะมีความเป็นเด็ก เดี๋ยวจะมีภาพฝันของตัวเอง โตขึ้นมา 30 จะแต่งงาน จะมีลูก 28 จะแต่ง  ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะมีเป้าหมาย แต่มันไม่จำเป็นเสมอไป ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเมื่อไหร่ที่มันถึงเวลามันจะรู้สึกเอง ว่าเราพร้อมแล้ว มันจะมีโมเมนต์นั้นขึ้นมา”

โมเมนต์นั้นน่าจะเป็นแบบไหนที่บอกว่าเราพร้อมแต่งแล้ว ?

“มันเป็นความรู้สึกที่รอไม่ไหวแล้ว มันกระวนกระวาย มันรู้สีกว่าเราไปโฟกัสเรื่องนั้นมากกว่าส่วนอื่นๆ ในชีวิตเราแล้ว ไปโฟกัสเรื่องเขามากกว่าส่วนอื่นๆ ในชีวิตเรา อันนี้น่าจะเป็นความรู้สึกมีความพร้อมแล้ว”

ญาญ่าเกร็งมั้ย ต้องแต่งตัวสวยทุกวันเลย ?

“ผมจะไปเที่ยวกับพี่ๆ ที่ต่างจังหวัดเดือนหน้า เขาก็บอกว่าไม่ใช่ทริปนี้ใช่มั้ย เราก็บอกเขาว่าไม่ใช่ (หัวเราะ) ก็จะคุยกันขำๆ มากกว่า ผมรู้ตารางงานของเขา เขาก็คงรู้แหละว่าผมควรจะรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมจริงๆ เพราะเขางานเยอะมาก งานเยอะจริงๆ ทำงานตัวจะแตกแล้ว ไม่รู้เอาเงินเก็บไว้ไหน (ยิ้ม)”

ได้ถามหมากบ้างมั้ยว่าความรู้สึกที่พร้อมมันเป็นยังไง ?

“ผมว่าที่ผมพูดมันอาจเป็นความรู้สึกเดียวกันกับพี่หมากนะ เขาบอกว่ามึงจะรู้เองไอ้แบร์ว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องขอ ต้องเตรียมทุกอย่าง ความยากคือการที่ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไม่ให้เขารู้ก่อน หรือไม่ได้แสดงออกไปจนเขารู้สึกเอ๊ะ”

คิดว่าญาญ่าจะเดาถูกมั้ย ?

“ผมว่าถ้าเขาเดาน่าจะเดาถูก เพราะผมไม่ได้เป็นคนเนียนเท่าไหร่ เวลาโกหกอะไร”

แต่ล่าสุดเขาชมว่าเก็บความลับอยู่ ?

“อ๋อ เหรอฮะ ผมมีพัฒนาการ (ยิ้ม)”

เริ่มมีคิดไว้บางหรือยังว่าถ้าจะขอเขา จะขอประมาณไหน ?

“ผมเป็นคนหลุดโลก โอเวอร์หน่อยๆ ผมก็คิดในแบบที่โอเวอร์ไว้เหมือนกัน และก็คิดสวนทางกับความรู้สึกไว้เหมือนกัน หมายความว่าจากความโอเวอร์เป็นแบบเรียบง่าย อะไรประมาณนี้”

แต่ไปไหนตอนนี้ทุกคนยินดีหมดเลยนะ พร้อมที่จะไปงานแล้ว ?

“ครับ ทุกคนเข้าใจกันหมดแล้วว่าจะมีงาน เจอแม่บ้านที่กองถ่ายวันนั้นก็บอก แต่งงานเมื่อไหร่อย่าลืมชวนป้าไปด้วยนะลูก (หัวเราะ)”

แต่ญาญ่าก็บอกว่ากลัวเราจะกดดัน ?

“ใช่ๆ เขาบอกเสมอว่าไม่ได้กดดันนะ อย่างที่บอกเขาก็รู้ว่าเขามีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะทั้งปีนี้และปีหน้าด้วย ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าในเมื่อทุกวันนี้มันมีความสุขกันมากๆ แล้วเราโหยหาที่จะได้เจอกัน ผมว่ามันก็ตอบชัดว่าเรื่องการแต่งงานมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าเทียบกับความรู้สึกที่เรามีให้กัน”

เราน่าจะเป็นคู่ที่หลายๆ คนรอให้มีวันนั้นมากๆ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษสำหรับเราทั้งสองคนไหม ?

“ผมว่าผมก็คงรู้สึกเหมือนกันว่าเราก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ผมกับน้องจริงๆ ก็รู้จักกันมาเยอะ คบกันมานาน ผ่านอะไรกันมาเยอะเหมือนกันกว่าเราจะมาถึงวันนี้กันได้ ผมคิดว่าเราก็ดีใจ และเราก็คิดว่าจะไม่ปล่อยคนนี้ไปแน่ๆ เดี๋ยวถ้าถึงวันนั้นจะบอกนะครับ”

 ญาญ่าบอกว่าขอเคลียร์งานก่อน ?

“ใช่ ผมเองก็เป็นเหมือนกัน ถ้าสมมติขอกันแล้ววันรุ่งขึ้นผมต้องไปทำงาน ผมก็ไม่เอานะ มันต้องว่างจริงๆ”

ช่วงไหนว่างพร้อมกันทั้งคู่ก็ต้องจับตาดูเลย ?

“ใช่ แต่เราก็จะไปเช็คคิวเขาไม่ได้นะ เธอๆ ว่างเมื่อไหร่อะ โป๊ะเลย(ยิ้ม) ฝั่งเราก็เก็บได้ไงแต่ว่าฝั่งเขาไม่ได้ (หัวเราะ)”

เขาเคยพูดไหมว่าถ้าขออยากได้โมเมนต์แบบไหน ?

“ไม่เลยครับ เขาแค่บอกว่าอยากมีงานที่บ้านเขาที่นอร์เวย์ตรงสวนนั้น ที่มีต้นไม้เป็นรูปหัวใจ เขารู้สึกว่าเป็นภาพฝันของเขาที่อยากให้คุณพ่อเดินจูงมือมาส่งตัว แต่ว่านั้นน่าจะเป็นงานฝรั่งงานแบบครอบครัวไปเลย”

รู้สึกยังไงบ้างที่คนบอกว่างานแต่งณเดชน์ญาญ่าต้องเป็นงานอลังการ งานแต่งแห่งปี ?

“ผมก็เคยคิดเหมือนกันว่า ทำยังไงก็ได้ให้งานเล็กที่สุด ทำยังไงก็ได้ให้ประหยัดที่สุด แต่เท่าที่คุยกับหลายๆ คนที่ผ่านมา กับรุ่นพี่นักแสดงด้วยกัน ไม่ได้เลยครับ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า เป็นผู้ใหญ่ในช่องในวงการ คนที่เคยให้โอกาสเรา กว่าเราจะมาถึงทุกวันนี้ได้ก็ตามธรรมเนียมไทย เราก็ต้องเรียนเชิญเขามาครับผม ผมว่าก็คงต้องเป็นอย่างนั้น คงมีแค่วันเดียวในชีวิต การที่ได้มีบุคคลเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในงาน ถึงแม้ว่าจะเห็นกันไกลๆ ก็ต้องให้เขามาอยู่ตรงนี้”

แสดงว่าถ้าเลือกได้ก็อยากจะจัดเล็กๆ เรียบง่าย ?

“อันนี้พูดเหมือนมีงานแล้วนะ ยังไม่มีวัน ยังไม่มีอะไร ยังไม่ได้ขอเลย(ยิ้ม) ยังไม่ได้แพลนถึงงานอะไรขนาดนั้นแต่ที่แน่ๆ คือต้องมีที่ไทยต้องเชิญคนโน้นคนนี้มา ซึ่งคุยกับรุ่นพี่หลายคนแล้วเขาบอกว่าไม่มีทาง ถ้าไม่เชิญมีเคือง”

กลายเป็นว่าตอนนี้เราตอบเรื่องแต่งงานมากกว่าหมากอีก ?

“ใช่ครับ แต่ว่าพี่หมากเขาอาจจะโดนงานรุมในช่วงนี้ด้วย เขาเต็มที่แล้วไง เขาแค่รองานของเขา”

ทางคุณแม่มีคุยๆ ทาบทามกันบ้างหรือยัง ?

“ยังครับ มันยังไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นอะ มันยังอยู่ในช่วงที่เราได้พูดเรื่องนี้ไป แต่ถามว่าเมื่อไหร่มันอาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้”

ต้องดูฤกษ์ยามไหม ?

“ก็ต้องดูแหละ เผื่อผิดวันแล้วฝนตกขึ้นมา ไม่ได้เลยนะ”

ตอนนี้เรียกว่าให้แฟนๆ ได้ชุ่มฉ่ำหัวใจ ?

“(พยักหน้า) ครับผม”

ลายกินรี กำลังเข้มข้น ทำให้คาแร็กเตอร์หน้าตึงทั้งเรื่อง ?

“สถานการณ์มันบีบบังคับให้หลวงอินทร์ต้องโมโหนางเอก ต้องโมโหพุดซ้อนเพราะว่าพุดซ้อนต่อล้อต่อเถียงเก่ง เวลาหันไปหาโรแบร์เขาก็ยิ้มหวานกัน เราก็หมั่นไส้ทำไมต้องยิ้มหวานให้พวกฝรั่งขนาดนั้น บวกกัยสถานการณ์ที่ทางวิชาเยนทร์เร่งเล้าให้จับตัวคนไทยมาเป็นผู้ต้องหาในการฆ่ากปิตันฌอง เรื่องราวมันกำลังเดือดมากๆ ก็เลยเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างจะเครียด สำหรับตัวหลวงอินทร์”

ในเรื่องดูเป็นคนโมโหร้าย ?

“โมโหร้ายเพราะว่าจริงๆ ติดเหล้าด้วยครับ เวลาไม่ได้กินเหล้าแล้วต้องออกไปทำงาน มันรู้สึกหงุดหงิด อะไรขัดหูนิดหน่อยก็ปี๊ดแล้ว ตึงๆ เวลาที่เด็กเล็กๆ มาด่ามาเถียงเราก็รู้สึกว่า อะไรวะ ทำไมมากล้าเถียงขนาดนี้ เราเป็นถึงขุนนางผู้ยิ่งใหญ่”

หลายคนแซวๆ เป็นพระเอกแน่ใช่ไหม ?

“ใช่ครับ ผมก็ยังงงอยู่เลย แต่คิดว่ามันเป็นเหตุผลของตัวละคร ผมว่ามันมีความเป็นไปได้ที่หลวงอินทร์จะเป็นคนแบบนี้”

ต้องร้ายทั้งเรื่องเลยไหม หรือจากนี้จะซอร์ฟละมุนลง ?

“สองอีพีนี้น่าจะเปิดปมเรื่องที่ทำไมหลวงอินทร์ถึงได้เกลียดชังเรือนหมอโหมด ส่วนอีกสองอีพีหลังน่าจะเป็นช่วงเวลาที่หลวงอินทร์รู้ความจริงว่า เกิดอะไรขึ้นกับการที่เมียตัวเองตายไป คือรู้แค่ว่าพ่อของพุดซ้อนมีส่วนเกี่ยวข้องในการที่ทำให้ภรรยาเราเสียชีวิต แต่ความจริงแล้วคือะไร อันนี้พอหลวงอินทร์ได้ทราบ แทบจะเอาหน้ามุดดินหนีเลยเพราะว่า พูดไม่ดีว่าร้ายกับเรือนหมอโหมด กับแม่หญิงพุดซ้อน กับครอบครัวเขาไว้เยอะ มันจะมีจุดเปลี่ยนของตัวละครที่จากหลังมือกลายเป็นหน้ามือเลย เพราะว่าต่อไปเราแทบจะละอายใจที่จะเห็นหน้าแม่หมอพุดซ้อน จะกลายเป็นลูกแมวเวลาเจ็บปวดอะไร ก็ต้องไปขอเขากินขอเขารักษา คือจะกลายเป็นแม่แสร์คนที่สอง เวลาเข้าหาแม่หมอพุดซ้อน”

จะเริ่มมีฉากจิ้นๆ ให้ได้ฟินกันแล้ว ?

“จะเริ่มมีความเป็นห่วงเวลที่เขาอยู่กับอันตราย กลายไปเป็นความหึงหวง ในช่วงเวลาที่เขากับโรแบร์เริ่มจะไปในทิศทางชอบกันอะไรอย่างนั้น แล้วต่อไปก็จะกลายเป็นความรัก และก็ไม่อยากจะเสียเขาไป”

Related posts